สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่ งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) จัดการและประชุมเพื่อรับทราบปั ญหาอุปสรรคเกี่ยวกับการระงับข้ อพิพาท ด้วยวิธีอนุญาโตตุลาการ เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ณ โรงแรม Meliá Chiang Mai จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนายอดิศร พิพัฒน์วรพงศ์ รองเลขาธิการ ด้านกฎหมายและตรวจสอบ เป็นประธานเปิดการสัมมนา พร้อมด้วย นางสาวชัชวริน โชติชูตระกูล ผู้ช่วยเลขาธิการ สายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ อนุญาโตตุลาการ และเจ้าหน้าที่ สำนักงาน คปภ. เข้าร่วม
รองเลขาธิการ ด้านกฎหมายและตรวจสอบ กล่าวเพิ่มเติมว่า การสัมมนาในครั้งนี้เป็นหนึ่ งในกิจกรรมภายใต้โครงการสั มมนาอนุญาโตตุลาการ ประจำปี 2569 โดยกำหนดให้มีการลงพื้นที่เพื่ อรับทราบปัญหาอุปสรรคเกี่ยวกั บการระงับข้อพิพาท ณ สถานที่ทำการอนุญาโตตุ ลาการของสำนักงาน คปภ. ในส่วนภูมิภาค เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนิ นงานและเสริมสร้างองค์ความรู้ ทางวิชาการด้านกฎหมายประกันภัย โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับการยื่ นคำเสนอข้อพิพาทภายหลังพ้ นกำหนดอายุความ และแนวทางการพิจารณค่าสิ นไหมทดแทน เพื่อนำไปปรับใช้ในกระบวนการพิ จารณาและจัดทำคำวินิจฉัยชี้ ขาดข้อพิพาทด้านประกันภัยให้มี มาตรฐานเดียวกัน ปัจจุบันมีผู้เสียหายภายใต้สั ญญาประกันภัยยื่นข้อพิพาทเข้าสู่ กระบวนการอนุญาโตตุลาการทั้ งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคอย่ างต่อเนื่อง สะท้อนถึงบทบาทสำคัญของการระงั บข้อพิพาททางเลือกให้แก่ ประชาชนผู้เอาประกันภัย ผู้รับประโยชน์ และผู้มีส่วนได้เสียตามสั ญญาประกันภัย
สำหรับสำนักงาน คปภ. ภาค 1 (เชียงใหม่) ซึ่งมีพื้นที่รับผิดชอบครอบคลุม 18 จังหวัด ถือเป็นพื้นที่ที่มีการยื่นข้ อพิพาท เข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุ ลาการอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 สำนักงาน คปภ. มีการสัมมนารับฟังปัญหาอุ ปสรรคในพื้นที่ดังกล่าวมาแล้ว แต่จากการดำเนินงานยั งคงพบประเด็นปัญหา ข้อซักถาม และอุปสรรคในการปฏิบัติงานที่ จำเป็นต้องหารือร่วมกับส่ วนกลางอยู่เป็นระยะ จึงจำเป็นที่จะต้องเสริมสร้ างความรู้ ความเข้าใจ และกำหนดแนวทางปฏิบัติให้เกิ ดมาตรฐานเดียวกันระหว่างส่ วนกลางและส่วนภูมิภาคอยู่เป็ นระยะ ในการนี้ ได้รับเกียรติจาก ท่านอาจารย์ธวัชไชย สนธิวนิช ท่านอาจารย์สหธน รัตนไพจิตร และผู้ช่วยศาสตราจารย์อุดม งามเมืองสกุล ร่วมเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ และประสบการณ์เกี่ยวกั บกระบวนการระงับข้อพิพาทด้วยวิ ธีอนุญาโตตุลาการ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของอนุ ญาโตตุลาการและพนักงานเจ้าหน้ าที่สำนักงาน คปภ. โดยประเด็นปัญหาและข้อเสนอแนะที่ ได้รับจากการสัมมนาในครั้งนี้ สำนักงาน คปภ. จะนำไปวิเคราะห์และใช้เป็นข้อมู ลประกอบการกำหนดเนื้อหาในการจั ดสัมมนาอนุญาโตตุลาการ ประจำปี 2569 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ณ กรุงเทพมหานคร ต่อไป
จากนั้น รองเลขาธิการ ด้านกฎหมายและตรวจสอบ พร้อมด้วยผู้ช่วยเลขาธิการ สายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ และ คณะผู้บริหารสำนักงาน คปภ. ได้เข้าตรวจเยี่ยมและหารือร่ วมกับผู้บริหารของบริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เพื่อเน้นย้ำนโยบายของสำนักงาน โดยเฉพาะในเรื่องการลดข้อร้ องเรียนโดย ขอความร่วมมือให้บริษัทส่งเรื่ องที่ไม่สามารถยุติได้ไปยังหน่ วยทบทวนเรื่องร้องเรี ยนภายในของบริษัททุกเรื่องเพื่ อทบทวนการพิจารณาอีกครั้ง รวมทั้งเน้นย้ำเรื่องการดำเนิ นการตามมาตรฐานกรอบระยะเวลาการใ ห้บริการของบริษัท (SLA) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้ บริการประชาชนและสร้างความเชื่ อมั่นของประชาชนต่อธุรกิจประกั นภัย นอกจากนี้ยังมีการรับฟังความคิ ดเห็น แนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษั ทตลอดจนประเด็นปัญหาและข้ อเสนอแนะจากภาคธุรกิจประกันภั ยในพื้นที่ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพั ฒนาระบบประกันภัย การกำกับดูแล และการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ ของประชาชนให้มีประสิทธิภาพยิ่ งขึ้น
“สำนักงาน คปภ. ให้ความสำคัญกับการพั ฒนาและยกระดับกระบวนการยุติ ธรรมทางเลือกให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสามารถตอบสนองต่อความต้ องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง โดยมุ่งเน้นการบูรณาการความร่ วมมือระหว่างสำนักงาน คปภ. ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และภาคธุรกิจประกันภัย เพื่อให้เกิดความเป็ นเอกภาพในการดำเนินงานด้านคุ้ มครองสิทธิประโยชน์ และกระบวนการอนุญาโตตุลาการด้ านประกันภัย อันจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่ นของประชาชนต่อระบบประกันภัย และทำให้ประชาชนได้รับความเป็ นธรรมอย่างรวดเร็ว โปร่งใส และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้ นในระยะยาว” รองเลขาธิการ ด้านกฎหมายและตรวจสอบ กล่าวในตอนท้าย