เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) ร่วมกับกรมการแพทย์ สมาคมประกันชีวิตไทย และสมาคมประกันวินาศภัยไทย จัดประชุมหารือแนวทางการพัฒนากรมธรรม์ประกันภัยสุขภาพ เพื่อรองรับการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลของรัฐในสังกัดกรมการแพทย์ ณ ห้องประชุมสถาบันวิทยาการประกันภัยระดับสูง สำนักงาน คปภ.
โดยมี นายอดิศร พิพัฒน์วรพงศ์ รองเลขาธิการด้านกฎหมายและตรวจสอบ สำนักงาน คปภ. และ นายแพทย์ธนินทร์ เวชชาภินันท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ ร่วมเป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย นางนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย ดร.สมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย นายสาระ ล่ำซำ อุปนายกฝ่ายการตลาด สมาคมประกันชีวิตไทย และผู้บริหารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง โดยที่ประชุมได้หารือในประเด็นสำคัญและได้ข้อสรุปเบื้องต้นในการยกระดับการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ของประชาชนและผู้เอาประกันภัย ดังนี้
ประเด็นที่ 1 ความพร้อมของ ในการรองรับผู้เอาประกันภัย รวมถึงแนวทางพัฒนาระบบบริการ เช่น การจัดให้มีช่องทางเพื่อเพิ่มความสะดวก ลดระยะเวลารอคอย และสร้างแรงจูงใจให้ผู้เอาประกันภัยใช้บริการโรงพยาบาลของรัฐมากขึ้น ซึ่งจะทำให้ผู้เอาประกันภัยได้รับบริการทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐานตามความเหมาะสมและความจำเป็นทางการแพทย์ ในอัตราค่าบริการที่สมเหตุผล
ประเด็นที่ 2 การเชื่อมโยงระบบส่งต่อผู้ป่วยระหว่างโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข และโรงพยาบาลในสังกัดกรมการแพทย์ เพื่อให้การรักษาเฉพาะทางเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ รวมถึงการเบิกจ่ายตรงระหว่างโรงพยาบาลในสังกัดกับบริษัทประกันภัย โดยที่ผู้เอาประกันภัยไม่ต้องสำรองจ่าย
ประเด็นที่ 3 การพัฒนากรมธรรม์ประกันภัยสุขภาพรูปแบบเฉพาะ (Tailored Product) การรักษาตัวในโรงพยาบาลของรัฐ โดยพิจารณาจากโครงสร้างต้นทุนค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาลรัฐ ซึ่งมีระดับค่าใช้จ่ายต่ำกว่าโรงพยาบาลเอกชน รวมถึงแนวทางปรับรูปแบบความคุ้มครอง ซึ่งจะทำให้ผู้เอาประกันภัยเข้าถึงการประกันภัยสุขภาพได้มากขึ้น
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาสมาคมประกันชีวิตไทยได้ดำเนินโครงการนำร่อง โดยลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อยกระดับศักยภาพหน่วยบริการในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข จำนวน 28 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้รองรับ ผู้เอาประกันภัยที่ทำประกันสุขภาพภาคสมัครใจ พร้อมทั้งส่งเสริมการบริหารจัดการต้นทุนค่ารักษาพยาบาล เพื่อสนับสนุนการลดเบี้ยประกันภัยในระยะยาว
การหารือในครั้งนี้ จึงมุ่งต่อยอดความร่วมมือดังกล่าวไปสู่โรงพยาบาลของรัฐในสังกัดกรมการแพทย์ เพื่อขยายเครือข่ายสถานพยาบาล ซึ่งมีสถานพยาบาลขนาดใหญ่ และสถานพยาบาลที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางจำนวนมากในเขตกรุงเทพฯ เพิ่มทางเลือกในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพให้กับประชาชน และยกระดับระบบประกันสุขภาพภาคสมัครใจของประเทศในภาพรวม
นายอดิศร พิพัฒน์วรพงศ์ กล่าวว่า สำนักงาน คปภ. ให้ความสำคัญกับการเพิ่มทางเลือกในการเข้ารับ การรักษาพยาบาลของประชาชน โดยแม้ปัจจุบันโรงพยาบาลของรัฐยังมีข้อจำกัดบางประการ เช่น ระยะเวลารอคอย ห้องพัก และความสะดวกในการให้บริการ แต่หากทุกภาคส่วนร่วมกันพัฒนาและแก้ไขข้อจำกัดดังกล่าวอย่างเป็นระบบ จะสามารถผลักดันให้เกิดกรมธรรม์ประกันสุขภาพที่รองรับการรักษาในโรงพยาบาลของรัฐได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยจะมีการประชุมติดตามการดำเนินการในรายละเอียดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ตามวัตถุประสงค์ “สำนักงาน คปภ. เชื่อมั่นว่า ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคธุรกิจประกันภัยในครั้งนี้ จะเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาระบบประกันสุขภาพภาคสมัครใจของประเทศไทยให้มีความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น สอดคล้องกับการยกระดับระบบประกันภัย ให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการบริหารความเสี่ยงของประเทศ และช่วยเพิ่มโอกาส ในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพให้กับประชาชนในระยะยาว”