บริษัท ดี พี เซอร์เวย์ แอนด์ลอว์ จำกัด (DP Survey) ในเครือบริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ผู้เชี่ยวชาญด้านการสำรวจและประเมินอุบัติเหตุ การบริหารจัดการงานสินไหมทดแทนและการตรวจสภาพรถก่อนทำประกันภัย ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับบริษัท ทรู ออโตโมทีฟ จำกัด (Tru Automotive) ผู้นำด้านการตลาดและจัดจำหน่ายอะไหล่ยานยนต์ครบวงจรระดับภูมิภาคเพื่อร่วมกันยกระดับระบบการจัดหาและจัดจำหน่ายอะไหล่มาตรฐานสำหรับงานซ่อมรถยนต์ในอุตสาหกรรมประกันภัยไทย ความร่วมมือในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการจัดหาอะไหล่ให้มีความโปร่งใส รวดเร็ว สามารถตรวจสอบได้ และมีคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐานอุตสาหกรรม ผ่านการเชื่อมต่อแพลตฟอร์มการทำงานระหว่าง DP Survey และ Tru Automotive ซึ่งจะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการจัดหาอะไหล่ ลดระยะเวลาการซ่อมและยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการงานสินไหม โดยส่งผลดีต่อบริษัทประกันภัย เครือข่ายอู่ซ่อมร้านอะไหล่ ผู้ผลิต และผู้เอาประกันภัยในภาพรวม

พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าว นำโดย นายกลพัฒน์ รัตนาภรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดี พี เซอร์เวย์ แอนด์ลอว์ จำกัด และ นายพรศักดิ์ อริยพงศ์ไพโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทรู ออโตโมทีฟ จำกัด โดยมี นายจุมพล ริมสาคร ประธานกรรมการ บริษัท ดี พี เซอร์เวย์ แอนด์ลอว์ จำกัด ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้อง Inspiration Chamber ชั้น 22 บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) นายกลพัฒน์ รัตนาภรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดี พี เซอร์เวย์ แอนด์ลอว์ จำกัด กล่าวว่าความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยยกระดับการบริหารจัดการอะไหล่สำหรับงานสินไหมรถยนต์ ทั้งในด้านคุณภาพอะไหล่ ความคุ้มค่าของราคา จากการจัดหาโดยตรงรวมถึงระบบการตรวจสอบความถูกต้องและการบริหารจัดการระยะเวลาการส่งมอบอย่างมีประสิทธิภาพซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาการซ่อม เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานด้านสินไหมและสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาวให้แก่บริษัทประกันภัยและผู้เอาประกันภัยพร้อมทั้งเป็นการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของอุตสาหกรรมงานซ่อมรถยนต์ในภาคประกันภัยไทยอย่างเป็นรูปธรรม

ด้านนายพรศักดิ์ อริยพงศ์ไพโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทรู ออโตโมทีฟ จำกัด กล่าวว่า Tru Automotive มีความพร้อมด้านศักยภาพและความเชี่ยวชาญในการสนับสนุนการจัดหาและจัดส่งอะไหล่ยานยนต์คุณภาพสูงให้แก่ DP Survey เพื่อเสริมประสิทธิภาพกระบวนการจัดหาอะไหล่ให้แก่เครือข่ายอู่ซ่อมในกลุ่มธุรกิจประกันภัยความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทาน เพิ่มมาตรฐานด้านความโปร่งใสความแม่นยำ และการตรวจสอบได้ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับประสิทธิภาพงานสินไหมและสร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่อุตสาหกรรมยานยนต์และงานซ่อมรถยนต์ในภาคประกันภัยของประเทศไทย
ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าวยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นด้านการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน (ESG) ของทั้งสององค์กร โดยให้ความสำคัญกับการจัดหาอะไหล่มาตรฐานที่มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้และเป็นธรรมต่อทุกภาคส่วน อันจะนำไปสู่การเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้เอาประกันภัย เครือข่ายอู่ซ่อมและการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์และการประกันภัยของไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว