ในยุคที่ปัญหาอาชญากรรมและยาเสพติดยังคงเป็นความท้าทายสำคัญของสังคมการทำงานด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาเหล่านี้จึงจำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการองค์ความรู้จากหลายศาสตร์หนึ่งในบุคลากรรุ่นใหม่ที่กำลังขับเคลื่อนภารกิจนี้คือ “ภาวิดา ภัทรวิหค” ศิษย์เก่าคณะอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม มหาวิทยาลัยรังสิต ซึ่งปัจจุบันทำงานในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.) เธอคือผู้ที่เชื่อมั่นว่า “ความถูกต้อง ต้องมีหลักฐานรองรับ และความยุติธรรมต้องมาจากระบบที่มีประสิทธิภาพ”
จากองค์ความรู้ในห้องเรียน สู่ภารกิจในสนามจริง ภาวิดา กล่าวว่า เมื่อครั้งที่ตัดสินใจเลือกเรียนสาขาวิชาอาชญาวิทยาและนิติวิทยาศาสตร์ เพราะสนใจที่จะนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาเชื่อมโยงกับระบบกฎหมายคิดว่าการนำข้อมูลที่แม่นยำและเป็นกลางมาใช้ในกระบวนการยุติธรรมจะช่วยเพิ่มความโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่นได้มากขึ้นและมีความเชื่อมาโดยตลอดว่ากระบวนการยุติธรรมจะมีความแม่นยำและน่าเชื่อถือได้มากขึ้นหากมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจนมารองรับซึ่งสาขาวิชาอาชญาวิทยาและนิติวิทยาศาสตร์ทำให้เราได้เรียนรู้ทั้งด้านกฎหมาย พฤติกรรมมนุษย์และเทคโนโลยีในงานสืบสวน เช่น การตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงอาชญาวิทยา ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่สำคัญมากและตอบโจทย์ความตั้งใจของเราได้ตรงจุดมากขณะเดียวกันองค์ความรู้ที่ได้รับจากการเรียนการสอนในหลักสูตรมีบทบาทสำคัญมากโดยเฉพาะความเข้าใจเชิงลึกในด้านอาชญาวิทยาที่ทำให้เราสามารถวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาได้อย่างรอบด้าน ส่วนความรู้ด้านนิติวิทยาศาสตร์ก็ช่วยให้เราเข้าใจกระบวนการตรวจสอบและพิสูจน์ข้อมูลอย่างถูกต้องและเมื่อเราเข้าสู่โลกของการปฏิบัติงานจริงองค์ความรู้เหล่านี้ล้วนเป็นประโยชน์ให้กับเรามาก
“หลังจบการศึกษาได้ทำงานในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) โดยรับผิดชอบดูแลงานครอบคลุมตั้งแต่ประสานงาน ติดตาม ตรวจสอบ รวบรวมและรายงานผลการดำเนินงานด้านการป้องกันยาเสพติด ไปจนถึงการสนับสนุนกิจกรรมสร้างการรับรู้ รณรงค์เผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ทั้งยังลงพื้นที่จัดนิทรรศการและสร้างความร่วมมือกับชุมชนอีกด้วยซึ่งองค์ความรู้จากห้องเรียนมีบทบาทอย่างมากสำหรับการทำงานในปัจจุบันโดยด้านอาชญาวิทยาช่วยให้สามารวิเคราะห์สาเหตุเชิงลึกของปัญหา ทั้งมิติบุคคล สังคม และโครงสร้างทำให้มาตรการป้องกันตอบโจทย์บริบทจริง ขณะเดียวกันความรู้ด้านนิติวิทยาศาสตร์ช่วยให้เข้าใจกระบวนการตรวจสอบและพิสูจน์ข้อมูลอย่างถูกต้องเสริมประสิทธิภาพการบูรณาการงานป้องกันและบังคับใช้กฎหมายได้อย่างครบวงจร”
ภารกิจเพื่อสังคมและอนาคตที่คาดหวัง…
ภาวิดา กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของการเรียนอาชญาวิทยาและนิติวิทยาศาสตร์ไม่ใช่แค่การทำความเข้าใจปัญหาอาชญากรรมแต่เป็นการเตรียมพร้อมที่จะป้องกันและแก้ไขปัญหาเหล่านั้นอย่างมีประสิทธิภาพการใช้เทคโนโลยีและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์จะช่วยลดความผิดพลาดและสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของสังคมที่ปลอดภัยหากมองในฐานะผู้ปฏิบัติงานจริงเป้าหมายหลักของเราคือการนำความรู้และทักษะที่เรามีมาใช้เพื่อสร้างระบบยุติธรรมที่โปร่งใสและมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าแต่ต้องพัฒนากระบวนการให้มีหลักฐานที่ชัดเจนเพื่อประโยชน์ของทุกฝ่ายในสังคม ซึ่งเป้าหมายหลักของเราในการทำงานด้านนี้คือการนำความรู้และทักษะด้านอาชญาวิทยาและนิติวิทยาศาสตร์ที่ได้เรียนมาใช้เพื่อสร้างระบบยุติธรรมที่โปร่งใสและมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ต้องพัฒนากระบวนการให้มีหลักฐานที่ชัดเจนเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อทุกฝ่ายในสังคม
“เมื่อเราได้ทำงานทางด้านนี้ ได้เห็นมุมปัญหาต่างๆ จึงอยากจะพัฒนางานด้านการป้องกันอาชญากรรมเชิงรุก โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนและพื้นที่เสี่ยงเพราะเชื่อว่าการเข้าใจรากเหง้าของปัญหาและใช้ข้อมูลเชิงวิชาการมาวางแผน จะทำให้มาตรการต่างๆ มีประสิทธิภาพมากขึ้นพร้อมกันนั้นก็ตั้งใจผลักดันให้กระบวนการยุติธรรมมีความเท่าเทียม โปร่งใสและใกล้ชิดกับชุมชน เพื่อให้ทุกคนรู้สึกว่า กฎหมายไม่ใช่เรื่องไกลตัวแต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยปกป้องและสร้างความยุติธรรมให้กับทุกคนอย่างแท้จริง”
“ภาวิดา ภัทรวิหค” เป็นอีกหนึ่งบุคลากรคนรุ่นใหม่ที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง และได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าการบูรณาการศาสตร์ต่างๆ เข้าด้วยกันอย่างลงตัว ไม่เพียงแต่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงในการทำงานเท่านั้น แต่ยังสามารถสร้างรากฐานที่มั่นคงให้กับสังคมที่มีความปลอดภัยและเป็นธรรมได้อย่างยั่งยืน